แพ้อาหาร

แพ้อาหาร แอบแฝง คือปัญหาอีกอย่างของการลดน้ำหนัก

แพ้อาหาร แอบแฝงใครหลายๆคนอาจคิดไม่ถึง มีหลายคนที่พยายามควบคุมปริมาณอาหาร ควบคุมแคลอรี่ พยายามเลือกอาหารที่คิดว่า กินแล้วไม่อ้วนแน่นอน แต่วันรุ่งขึ้นน้ำหนักกับเด้งขึ้น เป็นเพราะอะไร

ที่เป็นเช่นนี้อาจเกิดจากการแพ้อาหารตัวนั้น โดยคุณไม่รู้ตัวก็ได้ แพ้อาหารแอบแฝง อีกหนึ่งสาเหตุของความอ้วน ถ้าคุณมีภาวะแบบนี้ พยายามควบคุมน้ำหนักไม่ทานขนมหวาน หรือทานน้อย อาจไม่ช่วยให้น้ำหนักของคุณลดลงได้ เพราะคุณยังทานอาหารที่คุณแพ้อยู่โดยที่คุณไม่รู้ตัว

หรือไม่ก็อาจเกิดจากสาเหตุ ที่เคยลดน้ำหนักแบบหลากหลายวิธี และ แต่ละวิธีก็อาจมีผลทำให้ระบบการเผาผลาญของคุณลดลง หรือระบบเผาผลาญพังก็อาจเป็นได้

แพ้อาหาร แอบแฝง อีกหนึ่งสาเหตุของความอ้วน

อาการภูมิแพ้อาหารตามหลักแล้ว มีอยู่ด้วยกัน 2 ประเภท

1 ภูมิแพ้ชนิดเฉียบพลัน หรือ แบบฉุกเฉิน  IgE Immunoglobulin E อิมมูโนโกลบูลิน อี ซึ่งร้ายแรงและฉุกเฉินจริงๆ  เกิดจากภูมิคุ้มกันที่ไวเกิน ไปทำปฏิกิริยากับเม็ดเลือดขาว ทำให้มีอาการแพ้ เช่นแพ้อาหารทะเล กินแล้วคัน ผื่นขึ้นเหมือนลมพิษ หรือบางคนแพ้เหล้า กินแล้วแดงไปทั้งตัว ตัวบวม หายใจไม่ออก เป็นต้น

2   ภูมิแพ้แบบแอบซ่อนหรือเรียกว่าภูมิแพ้อาหารแบบแอบแฝง IgG Food Allergy

อาการแพ้อาหารแอบแฝง อาการอาจจะไม่เกิดทันทีหรือไม่ชัดเจนเหมือนกับการแพ้แบบเฉียบพลัน คือ ไม่มีอาการผื่นคัน บวมแดงให้เห็นแบบเด่นชัด บางครั้งกินเวลาไป 2-3 วันเลย แล้วค่อยมาแสดงอาการ

แพ้อาหาร นม ชีส ขนมปัง

แพ้อาหาร แอบแฝง ก่อให้เกิดอะไรบ้าง

แพ้อาหารแอบบแฝง หรือภูมิแพ้ จะกระตุ้นให้มีการอักเสบต่างๆ ทั่วร่างกาย  เช่น ท้องอืด  จุกเสียดแน่นท้อง มีลม มีแก๊สในกระเพาะอาหารเยอะ ท้องผูก  ท้องเสีย   ท้องอืดหลายวัน พุงใหญ่มากทั้งๆที่ก็ไม่ได้กินอาหารอะไรมากมาย

นอกจากนี้ บางคนอาจมีอาการแสดงออกทางระบบอื่นๆ เช่น ปวดหัวไมเกรน เป็นสิวเรื้อรัง รักษาไม่หาย ซึ่งถ้าคุณมีอาการเหล่านี้ คุณอาจคิดว่า แพ้เครื่องสำอางค์แน่เลย หรือไม่ก็ทำความสะอาดผิวไม่หมดเลยเกิดสิว ผื่นคัน หรือบางคนอาจมีอาการอ่อนเพลียง่าย บวมน้ำ อ้วนง่าย

อาการของภูมิแพ้แฝง ที่นักวิจัยพบว่าก่อให้เกิดการอักเสบเรื้อรัง ซึ่งมักเกิดจากอาหารสไตล์อเมริกัน ที่มีส่วนประกอบของน้ำตาลสูง ไขมันทรานซ์สูง และคาร์โบไฮเดรตจำนวนมาก ซึ่งอยู่ในกลุ่มอาหารประเภทเค้ก  เบเกอรี่ คุกกี้ แครกเกอร์ โดนัท แฮมเบอร์เกอร์ หรือ อาหารที่ใช้น้ำมันทอดซ้ำๆ

หรือ การกินอาหารที่ไม่ได้เกิดในทวีปในโซนของเราเอง เช่น พวก ชีส นม เนย ยีสต์  เป็นต้น  เช่น เวลาฝรั่งต่างชาติมาบ้านเราก็จะกินข้าวบ่อยๆ เข้าเค้าก็อาจมีอาการแพ้ได้ หรือบางครั้งเรากินขนมปังซ้ำทุกๆวันก็อาจทำให้มีอาการแพ้ได้เช่นกัน

สารจากแหล่งอาหารเหล่านี้ เป็นที่มาของการอักเสบที่เกิดขึ้นในร่างกาย มีการสะสมของไขมันและกลายเป็นเกิดภาวะอ้วนในที่สุด

แพ้อาหาร ลำไส้รั่ว

 แพ้อาหารแอบแฝง ของแต่ละคนไม่เหมือนกันระดับความแพ้ไม่เท่ากัน

กินอาหารเหมือนกันบางคนแพ้บางคนไม่แพ้ โดยมากเกิดจากการที่เรารับประทานอาหารชนิดเดิมๆ ซ้ำๆ จนสารแอนตี้บอดี้ที่ชื่อ “อิมมูโนโกลบุลินชนิดจี” (IgG) เกิดการต่อต้านอาหารที่กินเข้าไปอย่างเงียบๆ โดยไม่ได้มีอาการให้เรารู้ตัวว่าแพ้

ที่สำคัญปัจจุบันพบการเกิดภาวะแพ้แบบแอบแฝงบ่อยมาก เยอะมาก เนื่องจากสภาพแวดล้อมที่เป็นอยู่ในปัจจุบันมีการเปลี่ยนแปลงไป ทั้งเรื่องของความเครียด มลภาวะต่างๆ ทำให้เราเจอภาวะเช่นนี้มากขึ้น

การแพ้อาหารแอบแฝงนี้ เกี่ยวข้องโดยตรงกับอาการลำไส้รั่ว ไม่ได้เป็นรูรั่วใหญ่ๆ นะคะ ให้คุณคิดถึงตุ่มน้ำที่มีน้ำซึมออกมา นั่นแหละคืออาการลำไส้รั่ว

ซึ่งเป็นภาวะที่เจอมากอีกเช่นกันในปัจจุบัน และโดยมากผู้คนมักจะละเลยความสำคัญของลำไส้ ทั้งที่จริงแล้วลำไส้เปรียบเหมือนรากของต้นไม้ ต้นไม้นี้ รากสำคัญที่สุดเลย ใช่มั้ยคะ?  เพราะเป็นตัวดูดซึมสารอาหารต่างๆ มาหล่อเลี้ยงส่วนลำต้น ใบ ดอก    แต่ในร่างกายมนุษย์ ถ้าจะเปรียบส่วนที่เหมือนรากของต้นไม้ก็คือ ลำไส้ นั่นเอง

เมื่อลำไส้มีปัญหาการดูดซึมสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกายลดลง ขณะเดียวกันก็ปล่อยให้สารเคมี สารพิษเข้าสู่ร่างกายเราได้ ทั้งๆที่มันไม่ควรจะเป็น เมื่อระบบการดูดซึมอาหารผิดปกติ โดยเฉพาะโปรตีนที่ถูกย่อยไม่สมบูรณ์ขนาดใหญ่ถูกดูดซึมเข้าไป ทำให้กลายเป็นสารแปลกปลอมจากภายนอกร่างกาย ที่สามารถกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกัน ทำให้เกิดการแพ้ได้

 แพ้อาหารแอบแฝง ส่งผลเสียคือ

จากการที่เรารับประทานอาหารเข้าไปทุกๆวัน เดิมทีควรจะย่อย และดูดซึม แต่ปรากฏว่าร่างกายเรากลับต้องทำการปกป้อง สู้รบกับอาหารที่เรารับประทานเข้าไป เม็ดเลือดขาวก็ต้องทำการต่อสู่กับอาหารที่ไม่พึงประสงค์นั้นอย่างเงียบๆ

นานวันเข้าก็เกิดการอักเสบ ของลำไส้และเกิดการรั่วซึมในที่สุด ก่อเกิดเป็นปัญหาต่างๆ ตามมา เช่น อาการท้องอืด จุกเสียด มีลมในท้องเยอะ ท้องผูก อ่อนเพลียโดยไม่ทราบสาเหตุ มึนงง ความจำไม่ดี สมาธิสั้นและ ภูมิคุ้มกันของร่างกายโดยรวมก็จะทำงานแย่ลง

ยาที่เราใช้บางตัวก็ทำให้เกิดอาการลำไส้รั่วซึมได้  เช่นยาช่วยย่อย กินยาลดกรด ทานอาหารเข้าไปเยอะมีอาการก็ใช้ยาช่วยย่อยจนติดเป็นนิสัย   สิ่งเหล่านี้ อาจทำให้เกิดอาการแพ้อาหารได้ เพราะไปทำลายลำไส้และ

ภายในของเรา ไปเปลี่ยนแบคทีเรียในระบบการย่อย และ ทำลายผิวลำไส้ภายใน พอผนังลำไส้ถูกทำลายมันก็เกิดการรั่วซึม ของสารพิษออกมาในกระแสเลือด และเมื่อสารอาหารรั่วซึมผ่านผนังออกมา ระบบภูมิคุ้มกันของเราก็จะเริ่มต่อสู้โจมตี เราก็จะเกิดการแพ้แบบที่เรียกว่า IgG food intolerances

 แพ้อาหาร แอบแฝง เราจะรู้ได้อย่างไรว่าเราแพ้อาหารตัวนี้

 1 เข้ารับการตรวจเลือด

การทดสอบเลือดสำหรับสารก่อภูมิแพ้อาหาร IgG การตรวจเลือดสามารถช่วยให้เรารู้ได้ว่า การแพ้อาหารที่แอบแฝงอยู่นั้น เป็นอาหารชนิดใด หรือ IgG Food Allergy Test วิธีการ

คือ ส่งเลือดเข้าไปตรวจวิเคราะห์จากห้องปฏิบัติการ ซึ่งจะรายงานผลการตรวจออกมาเป็นระดับการแพ้ต่ออาหารแต่ละรายการ

ทั้งนี้สารอาหารที่นำมาทดสอบถึง 221 ชนิด ล้วนแต่เป็นสารอาหารที่รับประทานกันอย่างแพร่หลายทั่วไป

เรียกได้ว่า จะสามารถรู้ได้ว่า อาหารชนิดใดที่ก่อให้เกิดภูมิแพ้อาหารแฝงอาหารชนิดใดควรงดหรือหลีกเลี่ยง  เลยทีเดียวค่ะ

ซึ่งอันนี้ ค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง แต่ก็เหมาะกับคนที่เป็น รูมาตอยด์ เอสแอลอี ไทรอยด์ หรือคนที่พยายามลดน้ำหนักมาหลากหลายวิธีแล้ว ก็ไม่ลงสักที่

2 สังเกตด้วยตัวเอง

เราสามารถทราบได้ว่าเรามีภาวะภูมิแพ้แอบแฝงกับอาหารชนิดใดนั้นได้ด้วยตัวเอง คือ หมั่นสังเกตและจดบันทึกอาหารที่รับประทานและอาการหลังรับประทานอาหารตลอด 7-14 วัน เรียกว่า food diary ซึ่งโดยมากชนิดของอาหารที่ทำให้เกิดภาวะแพ้อาหารแฝงที่พบบ่อย ได้แก่ แลกโตสในนม กลูเทนในข้าวสาลี สารปรุงแต่งอาหารต่างๆ เช่น ผงชูรส สารกันบูด เป็นต้น

ซึ่งแน่นอนว่ากลุ่มอาหารที่ก่อให้เกิดภาวะแพ้อาหารแฝงนี้ มีผลเชื่อมโยงกับภาวะดื้อต่ออินซูลิน และทำให้มีผลต่อน้ำหนัก และทำให้อ้วนได้

 

แพ้อาหาร แอบแฝง มีวิธีแก้ดังนี้

1 หยุดอาหารที่อาจเป็นต้นเหตุที่ทำให้คุณแพ้แอบแฝง อาจจากที่คุณสังเกตตัวเองว่ากินอันนี้แล้วน้ำหนักขึ้นทุกทีทั้งๆที่ไม่หน้าจะขึ้น เช่น พริก มะเขือเทศ ข้าว ขนมปัง ไข่ หรืออาจจะหลีกเลี่ยงพวกอาหารที่มักจะ ก่อให้เกิดอาการแพ้แอบแฝง ได้แก่ นม เนย พอกินแล้วมีอาการตัวบวม ท้องป่อง ลองสังเกตดูว่าเราเป็นหรือเปล่า หยุดสัก 1 เดือนก่อนถ้าหยุดแล้วน้ำหนักลงได้ดี สบายเนื้อสบายตัว ไม่ปวดเมื่อยร่างกาย คือร่างกายรู้สึกสดชื่นขึ้น ก็หน้าจะสันนิฐานได้เลยว่าอาจใช้ก็หยุดต่อยาวๆไปเลย 6 เดือน

2 เพิ่มอาหารมีวิตามินบี วิตามินบีช่วยเผาผลาญคาร์โบไฮเดรต ถ้าวิตามินบีไม่พอ ก็เกิดอาการอักเสบได้ วิตามินบีมีมากใน ถั่วต่างๆ งาดำงาขาว เป็นต้น

3 หลีกเลี่ยงอาหารพวกคาร์โบไฮเดรตเชิงเดี่ยว ได้แก่ พวก ขนมเค้ก ขนมหวาน ช็อคโกแลต พาสต้า เส้นต่างๆ ข้าวขาว เพระพวกนี้มักจะก่อให้เกิดอาการอักเสบภายใน ร่างกาย

4 ใช้วิธีลดน้ำหนักที่ถูกต้องตามหลักโภชนาการ ทานสารอาหารให้ครบ หยุดใช้วิธีลดน้ำหนักที่ส่งผลไม่ดีต่อระบบเผาผลาญของร่างกาย เช่นกินยาลดน้ำหนัก

5 หลีกเลี่ยงการอยู่ในพื้นที่ๆมีมีสารพิษในระดับที่สูง นานจนเกินไป เช่น อาจจะอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ใกล้โรงงานอุตสาหกรรม หรือย่านการจราจรที่ติดขัดเยอะ ใกล้ถนนจนเกินไป ก็ ต้องหาวิธีป้องกัน เช่นปิดจมูก หาเครื่องฟอกอากาศ ที่สามารถกรองฝุ่นและสารพิษโลหะหนักได้ หรือถ้าไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ ก็ต้องพยายาม ดีท็อกซ์สารพิษ เหล่านั้น ออกจากร่างกายอย่างน้อยเดือนละ 1 ครั้ง สุขภาพตับ และระบบ ภูมิคุ้มกันจะได้ดีขึ้น ทำให้ลดการอักเสบลงได้

6 ลดความเครียด และพักผ่อนให้เพียงพอ

ฉะนั้นใครที่มีปัญหาอ้วนอยู่แล้ว ประสบปัญหาลดน้ำหนักไม่ลง ทั้งที่ไม่ได้กินพวกของมันๆ กินแต่ผักและผลไม้ แล้วยังจำกัดแคลอรีต่ำๆ แต่ยังอ้วนอยู่อีก ก็อย่าเพิ่งท้อใจ เพราะอาจเกิดจากสาเหตุ การแพ้อาหารแบบ แอบแฝง

ดังนั้น เพื่อลดน้ำหนักให้ประสบความสำเร็จ บางที่คุณอาจจะต้องสังเกตตัวเองด้วยว่า เรากินตัวนี้แล้วน้ำหนักขึ้น หรือมีอาการท้องอืดบวมแบบผิดปกติ ก็ต้องพยายามหลีกเลี่ยง ลองงดดูก่อน สัก 1 สัปดาห์ ถ้ากินใหม่แล้วมีผลก็สันนิฐานได้เลยค่ะว่าคุณอาจแพ้อาหารตัวนี้แบบแอบแฝงนั้นเอง

ความอ้วนไม่ใช่เรื่องปกติ นอกจากเกิดจากการขาดสติในการทานแล้ว ยังเกิดจากการไม่พยายามที่จะลดหรือควบคุมอาหารที่เป็นตัวการที่ทำให้คุณอ้วนอีกด้วย

สรุป

แพ้อาหารแอบแฝง

1 ต้องสังเกตตัวเองว่าทานอะไรแล้วมีอาการผิดปกติ

2 อาการอาจจะไม่ได้เกิดขึ้นในทันทีที่เรียกว่าแอบซ่อน แอบแฝง

3 อาการที่เกิดขึ้นทันทีหลังทานหรืกำลังทาน เรียกว่าแพ้แบบเฉียบพนลัน

4 รู้ได้ด้วยวิธีสังเกตตัวเอง และการตรวจแพ้อาหารโดยการตรวจเลือด

5 หลีกเลี่ยงอาหารที่รู้ว่าแพ้ หรือดีท็อกซ์ร่างกายเดือนละ 1 ครั้งอย่างน้อย

หากมีข้อสงสัยในการลดน้ำหนัก สามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่กลุ่มตามลิ้งค์นี้https://www.facebook.com/groups/2564957203816323

อยากลดน้ำหนักแต่…. ลดด้วยตัวเองไม่ได้..

ลดมาเกือบครึ่งชีวิตแล้ว… แต่ก็ยังไม่ได้ผล..

ทั้งอาหารเสริม และยาลดน้ำหนัก หมดไปเยอะ..!

แนะนำให้ปรึกษาโค้ชนะคะ…

สนใจเข้าคอร์สลดน้ำหนัก โดยมีโค้ชนักโภชนากรมืออาชีพ จัดโปรแกรมและดูแล ติดต่อ หรือ อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ลิ้งค์นี้https://dietcourse.kindee-diet.com/

บทความก่อนหน้านี้ท้องผูก
จบการศึกษาระดับปริญญาตรี วิทยาศาสตร์บัณฑิต วิชาเอก โภชนวิทยา จากมหาวิทยาลัยมหิดล ระดับปริญญาโท เวชศาสตร์ชะลอวัย จากมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง เป็นนักเขียนอิสระ เขียนบทความเกี่ยวกับสุขภาพ และ ลดน้ำหนัก ในหนังสือสุขภาพหลายเล่ม เช่น คอลัมภ์ diet diary คอลัมภ์ Low Calorie diet และ คอลัมภ์ Slimming diet นอกจากนี้ยังเป็นเจ้าของผลงาน หนังสือสุขภาพที่ติดอันดับ ฺBast seller ได้แก่ ลดน้ำหนักตามรูปร่าง ,กินอย่างที่ชอบก็ผอมได้ , 100 เคล็ดลับทำคุณผอม และ ลดน้ำหนักตามรูปร่างฉบับปรับปรุงใหม่ ปัจจุบัน เป็นนักโภชนากร และ ที่ปรึกษาทางด้านสุขภาพและชะลอวัย ด้วยประสพการณ์ ที่อยู่ในวงการสุขภาพและ ลดน้ำหนักมามากว่า 20 ปี คุณจึงมั่นใจในข้อมูลต่างๆ ที่เกี่ยวกับุสุขภาพ และลดน้ำหนัก และนอกจากนี้ ยังมีความตั้งใจจริงที่อยากจะเผยแพร่ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ และดีต่อสุขภาพของคนทุกเพศทุกวัย และ ข้อมูลต่างๆที่นำเสนอทั้งข้อมูลจากในประเทศ และต่างประเทศ เป็นข้อมูลที่ได้คัดกรองมานำเสนอให้กับทุกท่าน ผู้รักสุขภาพทุกคน สามารถนำไปปฎิบัติได้ เพราะ สุขภาพดีไม่มีขาย ถ้าอยากได้ต้องปฎิบัติค่ะ